GanttProject ซอฟท์แวร์บริหารโปรเจ็ค Cross-Platform ไม่ง้อ Microsoft Project
สำหรับคนที่ใช้ Microsoft Project ในการบริหารจัดการโครงงาน หรือใช้ในการทำงานอยู่ หรือสำหรับคนที่ต้องการมีซอฟท์แวร์ไว้สำหรับบริหารจัดการโครงงาน บริหารบุคคล และจัดตารางงาน อยากแนะนำให้ลองใช้ GanttProject ดูครับ
เป็น Free software และยังสามารถใช้ได้กับทั้งบน Windows บน Mac OSX บน Linux และบน OS อื่นๆ สามารถเปิดไฟล์ของ Microsoft Project ได้ ใช้งานง่าย และหน้าตาดี
หน้าตารวม
ลองขยายลงมาดูรายละเอียดชั้นนึง
ลึกลงมาอีกชั้น
สามารถดาวน์โหลดได้ที่ http://www.ganttproject.biz
DIY ซ่อม MagSafe power adapter ของ MacBook สายขาด
ก่อนเกิดเหตุ
เมื่อวานนี้ออกไปทานข้าวที่อ่างเก็บน้ำมา ทิ้งสาย Power adapter ของ MacBook ไว้กับพื้น หลังจากทานข้าวกลับมาที่ร้าน เห็นเจ้าคะน้ากำลังเคี้ยวอะไรเล่นอยู่ ก็นึกว่าเคี้ยวหิน แต่พอมันคายออกมาเท่านั้นแหละ พบว่าเป็นตัวแจ๊คที่ต่อเข้ากับ MacBook ที่มันขาดออกมาจาก MagSafe power adapter เห็นแล้วหัวใจแทบหล่นลงมาถึงตาตุ่ม จะไปตีไอ้คะน้าก็ไม่กล้า เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เป็นตัวที่กัดออกมาจนขาด เพราะยังมีไอ้ปลาเค็มอีกตัวที่ซนเหมือนกัน อาจจะกัดจนขาดก่อน แล้วคะน้าอาจจะคาบเล่น ก็เลยรอดตัวไปทั้งสองตัว ส่วนอีกตัวเจ้าผักชี ตัวนี้เรียบร้อยไม่เคยทำลายของ โอกาสเป็นไปได้น้อยที่สุด แต่ก็ไม่แน่เพราะเราไม่เห็นด้วยตาตัวเอง
ลองไปเช็คราคาบนอินเตอร์เน็ตว่า Power adapter รุ่นนี้ราคาเท่าไหร่ พบว่าราคาปัจจุบัน 4,700 บาท ตกใจเหมือนกันว่าทำไมแพงขนาดนี้ ตอนแรกคาดว่าไม่น่าจะเกิน 2,000 บาท เลยยิ่งโกรธเจ้าพวกตัวยุ่งเข้าไปใหญ่ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นตัวไหน เลยทำอะไรมันไม่ได้ตามเคย เหลือทางสุดท้ายก่อนที่จะต้องไปเสียเงินซื้อ คือคงต้องชำแหละด้วยมือตัวเองแล้ว
ผู้ต้องสงสัยอันดับที่ 1 (ปีศาจ) คะน้า
ผู้ต้องสงสัยอันดับที่ 2 ปลาเค็ม (จอมป่วน)
ผู้ต้องสงสัยอันดับที่ 3 ผักชี (หมาพลังเทอร์โบแปรผัน)
ผลงานของเจ้าพวกนี้

เริ่มลงมือชำแหละ
ก่อนอื่นเลยใช้ใบมีดคัดเตอร์คมๆหน่อยกรีดผ่าตัวหุ่มแจ๊คสีขาวแบนๆออกมา เพราะเห็นว่าคงไม่มีทางอื่นแล้ว จากนั้นควั่นสายเตรียมไว้เลย

ซื้ออุปกรณ์ดังต่อไปนี้จากร้านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใกล้บ้าน เชื่อว่ามีทุกร้าน
1. หัวแร้งบัดกรี 85 บาท
2. ที่วางหัวแร้งบัดกรี 80 บาท
3. ตะกั่วบัดกรี 15 บาท
4. ท่อหดขนาดเล็กสำหรับสายชั้นใน และใหญ่ขั้นมาอีกหน่อยนึง สำหรับสายชั้นนอก สองเส้น 30 บาท
รวม 210 บาท ถ้าไม่ซื้อที่วางหัวแร้งบัดกรี ก็ลดลงไปได้ 80 บาท แต่ควรซื้อเพื่อความสะดวกและปลอดภัยครับ

ขั้นตอน
1. เสียบปลักหัวแร้งบัดกรีทิ้งไว้
2. ตัดท่อหดขนาดเล็ก แล้วสอดทิ้งไว้ที่สายแกนใน
3. ตัดท่อหดขนาดใหญ่ สอดทิ้งไว้ที่สายด้านนอก
4. บัดกรีสายให้ติดกัน

เมื่อบัดกรีสายไฟติดกันเรียบร้อยแล้ว เอาด้านข้างหัวแร้งบัดกรีที่มีความร้อน ลูบเบาๆที่ท่อหดอันเล็ก มันจะหดตัวแนบสนิททับส่วนที่เราบัดกรี จากนั้นรูดท่อหดอันใหญ่ ที่เราสอดเตรียมไว้แต่ต้นมาสวมทับสายไฟที่เปลือยทั้งหมด แล้วใช้ความร้อนลนท่อหดให้หดตัวแนบกับสายจนแน่น

จากนั้นมาถึงขั้นทดลองครับว่าจะใช้ได้รึปล่าว

เห็นแสงสีเขียวแล้วเริ่มดีใจ ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่

จากนั้นเอาปลอกพลาสติกที่เราตัดออก มาใส่ไว้ตามเดิม และหยอดกาวซีเมนต์เชื่อมรอยต่อไว้นิดหน่อย

ลองเสียบดูเห็นแสงเป็นเส้นสีเขียว ตามรอยกรีดของเรา แปลกไปอีกแบบ แต่จะทำยังไงได้

หันกลับมาอีกด้าน หน้าตาเหมือนเดิมก่อนที่มันจะเสีย แสงไฟจุดสีเขียวเหมือนเดิม ต่างก็ตรงที่สีของสายสีเทาขาวเปลี่ยนไปเป็นสีเหลืองของท่อหดที่เราซื้อมาใช้ หากหาท่อหดสีเดียวกันได้ ก็คงดูดีกว่านี้ และใกล้เคียงของเดิมครับ

จบแล้ว
ไปติดของเล่นใหม่ให้ B14 มาสองสามตัว เลยเก็บภาพมา
หลังจากซื้อของเล่นไว้นานเกือบเดือน แต่ไม่มีเวลาไปติดซะที แต่เมื่อสี่ห้าวันที่แล้วแอร์รถมาเสียพอดี ได้ฤกษ์เอารถไปจอด เลยให้พี่ๆเค้าติดของเล่นที่ทิ้งไว้ที่ร้านให้เลย ก็ได้โอกาสเก็บภาพมา แต่ไหนๆแล้้วก็เลยเก็บภาพอื่นๆมาด้วย

กลางคืน

กลางวัน
ด้านซ้ายสุดเห็นดำๆนั้นเป็นวัดอุณหภูมิในหม้อน้ำ ถัดมาทางด้านขวาอันโตๆเป็นวัดรอบครับ และที่แปะอยู่บนวัดรอบเยื้องไปทางซ้ายเป็นชิปไลท์หรือไฟเตือนเมื่อรอบสูงเกิดกว่าที่ตั้งไว้ ถัดมาขวาอีกอันนึงเป็นตัววัดโวลท์ จากนั้นมาดูด้านขวาสุดที่เรียงกันอยู่สองอันตรงขอบประตูบ้างครับ อันล่างเป็นตัววัดอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง ส่วนอันบนเป็นตัววัดแรงดันน้ำมันเครื่องครับ เดี๋ยวว่างๆจะเก็บรูปภาพตอนค่ำๆเวลาเปิดไฟให้ดูจะได้อีกอารมณ์นึงครับ

อันด้านบนนี้เป็นท่อไอดี กับกรองเปลือยครับ เห็นเค้าว่าใส่แล้วมันดี เลยไปตีมาอันนึง ก็ไม่ค่อยรู้อะไรหรอกครับเห็นเค้าว่าดี แต่ที่ผมเห็นว่ามันต่างจากเดิมคือ มันดูดลมเสียงดังขึ้นครับ ตัวเดิมๆเงียบกว่า

อันนี้รูปด้านหน้าปัจจุบันครับ ยังไม่มีสเกิร์ต กลัวไปหาลูกค้าไม่ได้

อันนี้ด้านหลังครับ
ตุลาคม 2009 ชมแปลงสาธิตอ้อย 31ตัน/ไร่ ที่บริษัทน้ำตาลมิตรผล
สำหรับผู้ที่มีความสนใจเข้าชมงานอ้อยครั้งนี้ สามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ด้านล่างเลยนะครับ ถ้าบังเอิญได้ไปในช่วงเวลาตรงกัน อาจจะได้เจอกันในงานอ้อยครั้งนี้ด้วย ปีที่แล้วผมพาลูกค้า สมาคมชาวไร่อ้อยอิสานเหนือหนองหาร, สมาคมชาวไร่อ้อยภาคตะวันออกเฉียงเหนือกุมภวาปี, สมาคมชาวไร่อ้อยมุกดาหารและโรงงานน้ำตาลสหเรือง, สมาคมชาวไร่อ้อยมหาสารคาม และโรงงานน้ำตาลมหาวัง บริษัทเบทาโกร เข้าร่วมชมแปลงสาธิตในงานนี้ ในส่วนของปีที่แล้ว สูงสุดบางแปลงได้ 30 ตันต่อไร่ เฉลี่ยทั้งหมด 20 ตันต่อไร่ มาปีนี้ แปลงสูงสุดทำลายสถิติคือได้ 31.5 ตันต่อไร่ ส่วนเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้นเล็กน้อย สำหรับท่านที่ทำไร่อ้อยอยู่งานนี้น่าสนใจ ไม่ควรพลาดครับ สามารถคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.FarmKaset.org ลองเข้าไปดูนะครับ
ในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทางบริษัทไอออนิคจำกัดจัดกิจกรรมพิเศษ งานชมแปลงสาธิตอ้อยซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างบริษัทไอออนิคจำกัด กับบริษัทน้ำตาลมิตรผลจำกัด โดย – การชมแปลงสาธิตอ้อย 31 ตัน/ไร่ - การเข้าชมเครื่องจักรกลการเกษตรที่ชนะรางวัล - พันธุ์อ้อยและการทดลองพันธุ์อ้อย - แนะนำการใช้ปุ๋ยอย่างถูกวิธีและมีประสิทธิภาพ – รายการพิเศษเฉพาะพี่น้องเกษตรกรที่มาร่วมในงานนี้เท่านั้น การจัดงานครั้งนี้ทางบริษัทหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรชาวไร่อ้อยทุกท่าน มีผลผลิตที่ดีขึ้นและลดต้นทุนการผลิตลง
ดาวน์โหลดเอกสารที่เกี่ยวข้อง
>>ดาวโหลดกำหนดการการชมงานคลิกที่นี่
>>ดาวโหลดหนังสือตอบรับการเข้าร่วมชมงานคลิกที่นี่
ติดต่อจองวันดูงาน สำรองโควต้าที่ หมายเลขโทรศัพท์ 089-4599003 คุณปิยะมาศ หมายเลขแฟกซ์ 045-511273
เขียนโมดูลใหม่ iCalculator
นั่งๆมองๆเว็บไซต์ FarmKaset.Org ดูว่ายังขาดอะไร ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับบุคคลที่ผ่านเข้ามาทางหน้าเว็บไซต์ให้มากขึ้น หรือว่าจะทำอย่างไร ให้คนที่ผ่านเข้ามาพบเว็บไซต์ ได้รับใจความสำคัญที่เราอยากจะสื่อสารให้ผู้เข้าเว็บรับทราบได้รวดเร็วขึ้น
มีความรู้สึกว่า เว็บไซต์ FarmKaset.Org มีลำดับชั้นการเข้าถึงข้อมูลลึกเกินไปสำหรับผู้ใช้งานเว็บไซต์บางท่าน ที่มีลักษณะการเข้าถึงข้อมูลแบบไม่ละเอียด ซึ่งผู้ใช้งานลักษณะนี้มีอยู่มาก และระบบปัจจุบันที่เป็นระบบตระกร้าสินค้าออนไลน์นั้น มีข้อดีคือมีความสมบูรณ์แบบให้ข้อมูลได้ละเอียดแต่ข้อเสียคือมีขั้นตอนในการใช้หลายขั้นตอน และช้าเนื่องจากต้องเปลี่ยนหน้าไปมาในขณะใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีผู้คนใช้อินเตอร์เน็ตมาก อินเตอร์เน็ตฝั่งผู้ใช้ก็ช้าลง และหาก Server ของเรา มีหลาย Concurrent connection ระบบตระกร้าสินค้าออนไลน์นี้ ก็จะกินทรัพยากรระบบมากด้วย ยิ่งส่งผลให้เว็บไซต์เราช้าลงไปอีก จะส่งผลให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์เกิดความรำคาญจนออกไปจากเว็บไซต์ของเรา โดยยังไม่ทันได้ข้อมูลที่ต้องการ
เมื่อเห็นเป็นอย่างนั้นแล้ว ก็เลยมาทบทวนดูว่า ถ้าหากเราเป็นผู้ที่ค้นหาข้อมูลสินค้าบนอินเตอร์เน็ต เราจะเบื่อจนออกจากเว็บไซต์ไปก่อนหรือปล่าว หากเราเข้ามาแล้วเว็บไซต์ก็ช้า แถมยังได้แค่ข้อมูลเบื่องต้น หากอยากจะรู้ราคา ว่าเงินกระกระเป๋าเราพอที่จะซื้อได้หรือไม่ ก็ต้องสมัครเป็นสมาชิกเว็บไซต์ก่อน แล้วไปเลือกหยิบสินค้าแต่ละชิ้นไปใส่ตระกร้าอิเล็กทรอนิกส์ แล้วจึงค่อยรวมยอดแล้วได้ราคาสินค้ามา ทั้งที่จริงๆแล้ว เราอาจจะไม่ได้สนใจสินค้าตัวนั้นเท่าไรนัก เพียงแต่อยากรู้ ความยุ่งยากหลายขั้นตอนอาจจะทำให้เราเบื่อ และเลือกวิธีไปค้นข้อมูลใหม่ใน google เพื่อจะหาสินค้าตัวอื่น จากเว็บไซต์อื่น ที่ให้ข้อมูลได้ถูกใจกว่า
และอีกปัญหาใหญ่คือคำว่า “ถูกใจ” คำว่าถูกใจเป็น Non-functional requirement คือแปลว่าความต้องการที่ไม่สามารถตอบสนองได้แม้ว่าลอจิกจะเที่ยงตรงและถูกต้อง อันนี้ผมแปลของผมเองนะครับ Pre-sale engineer และ Project Manager หรือ SA ทั้งหลายที่ไปรับ Requirement จากลูกค้าบ่อยจะแปลคำว่า Non-functional requirement <-ลองคลิกดู) ต่างไปจากนี้ เอาเป็นว่าผมขอแปลอย่างนี้แล้วกัน วกกลับมาอีกทีครับ ผมก็เลยมาสมมุติตัวเองว่าอยากได้อะไรหากเป็นผู้ใช้งานเว็บไซต์ FarmKaset.Org อย่างแรกเลย ผมอยากรู้ว่ามีสินค้าอะไรบ้าง สินค้าที่โดดเด่นที่สุดคือตัวไหน ตัวไหนขายดี และสินค้าแต่ละชิ้นราคาเท่าไหร่ และถ้าเรามีเงินอยู่ในกระเป๋าก้อนหนึ่งเพื่อเตรียมจะซื้อสินค้า เราจะซื้อได้เป็นจำนวนกี่ชิ้น ควรมีระบบคำนวณราคาง่ายๆให้ ถ้าจะให้ดี อยากได้ข้อมูลทั้งหมดนี้ไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์เพียงหน้าเดียว
ทั้งหมดนี้จึงได้เป็นสาเหตุให้เพิ่ม iCalculator module ลงไปบนหน้าแรกของเว็บไซต์ ซึ่งเป็นระบบคำนวณราคาสินค้าอย่างง่าย ใช้บนหน้าแรกหน้าเดียวไม่ต้องเปลี่ยนหน้าไปมา และจัดการวางเนื้อหาของเว็บไซต์ในหน้าแรกเสียใหม่ และอัพเดทขึ้นไปไว้ที่ http://www.farmkaset.org
ปรับแผนเน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยบนอินเตอร์เน็ต
ก่อนหน้านี้หน้าเว็บไซต์ farmkaset.org เน้นกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่ต้องการเริ่มทำธุรกิจขายสินค้าเกษตร หรือผู้จำหน่ายสินค้าเกษตรเป็นอาชีพอยู่แล้ว เนื้อหาบนเว็บไซต์จึงมุ่งไปทางรูปแบบของการขายส่ง และการหาพาร์ทเนอร์ รวมไปถึงจำหน่ายให้ลูกค้ารายใหญ่ การกำหนดราคาและแพ็คเกจใน store.farmkaset.net ก็กำหนดให้จำเป็นต้องสั่งซื้อคราวละมากๆ มีหน่วยเป็นตัน เป็นล็อต หรือเป็นลัง
วันนี้เลยลองเปลี่ยนแนวความคิดใหม่ อยากลองเน้นลูกค้ารายย่อยมากขึ้น เนื่องจากกลัวว่าจะเสียโอกาส ที่ผ่านมาพบว่ามีกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่ต้องการซื้อคราวละไม่มาก อยากจะสั่งซื้อสินค้าไปใช้ แต่ไม่สามารถสั่งได้ เนื่องจากหน่วยที่กำหนดให้สั่งเป็นตัน คือหนึ่งพันกิโลกรัม หรือเป็นปุ๋ย 20 กระสอบมันอาจจะมากไปหน่อยสำหรับลูกค้าที่ดีของเราหลายๆคน หรือเป็นพวกสินค้าประเภทน้ำ อย่างปุ๋ยน้ำ หรือสารกำจัดแมลง กำจัดหนอน ต้องสั่งซื้อครั้งละหนึ่งลัง สำหรับผู้ที่จะนำไปใช้งานมันคงจะมากเกินไป ก็เลยนั้งปรับเนื้อหาบนเว็บไซต์ทั้งสองเว็บข้างต้น ให้เหมาะกับลูกค้ารายย่อยที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ส่วนผลจะออกมาอย่างไร คงต้องคอยดูๆกันไป แต่คาดว่าน่าจะดีขึ้นครับ
คุณกิ่งเตรียมจัดประชุมงานอ้อย
คุณกิ่ง ปัจจุบันทำธุรกิจก่อสร้าง กำลังอยู่ในช่องจัดเตรียมที่จะเปิดฟาร์มเกษตรกาฬสินธิ์ วันนี้คุณกิ่ง หรือพี่กิ่งกำลังจัดเตรียมเอกสาร สินค้าตัวอย่าง ติดต่อประสานงานการจัดประชุมเพื่อนำเสนอสินค้า และวิธีการเพิ่มผลผลิตอ้อย คาดว่าจะรวมเอา หยงอ้อย และเกษตรกรรายใหญ่มาร่วมงานประมาณ 100 คน
MTB GT ตัวเก่ง
ช่วงนี้แถวบ้านนิยมปั่นจักรยาน MTB หรือเรียกว่าจักรยานเสือภูเขา จริงๆแล้วเค้าปั่นกันมานานแล้ว แต่ผมกับเพื่อนๆเพิ่งเริ่มเป็นมือใหม่หัดปั่นกัน เลยไปถอยมาคันนึง เลือกยี่ห้อ GT รุ่น avalanche 3.0 จริงๆแล้วไม่ได้คิดอะไรมาก เห็นพี่ที่เค้ามีรถหลายๆคัน เลือกใช้รุ่นนี้เป็นคันแรก ดูแล้วก็สวยดี ราคาต่อประสิทธิภาพ ก็ไม่แพงมากเหมือน TREK แถมได้ disc brake แบบสายทั้งล้อหน้าล้อหลัง ซึ่งหากเลือกซื้อ Trek ในราคานี้จะได้เป็น V-Brake ส่วนเรื่องน้ำหนักรถก็ประมาณ 14 กิโลกรัม อันนี้ชั่งเองนะครับ ไม่ได้ดูตามสเปค อาจจะบวกลบนิดหน่อย หน้าตาก็ประมาณรูปด้านล่างครับ

หลังจากได้มาก็สำรวจก่อนเลย สิ่งที่พบและประหลาดใจอย่างแรกคือ “จักรยานแพงๆมันไม่มีขาตั้ง” เลยต้องไปหาท่อนเหล็กมาเชื่อมทำขาตั้งเอง (ขอให้คนอื่นทำให้นะครับเชื่อมเองไม่เป็น) เลยจะเห็นได้ว่าขาตั้งหรือฐานวางจักรยานในรูปดูคล้ายเอาเศษเหล็กมาประกอบซึ่งจริงๆแล้ว มันก็เป็นเศษเหล็กเหลือใช้จริงๆครับ หากจะไปซื้อเอา ราคาก็ตั้งประมาณสี่ร้อยบาท ทำใจไม่ได้จริงๆ
เริ่มตกแต่งก่อนอื่นเลยต้องติดสติกเกอร์ฟาร์มเกษตรอันนี้ไม่ติดไม่ได้ ที่ Nismo คันโปรดก็ต้องติดไว้เหมือนกัน จากนั้นตามด้วยไฟหน้าและไฟท้าย ไฟท้ายสำคัญมาก โดยเฉพาะเวลาใกล้ค่ำต้องเปิดเลยเพื่อความปลอดภัยนะครับ ชิ้นต่อมาก็จะเป็นกระเป๋าเก็บของสังเกตุในรูปจะเห็นอยู่ใต้เบาะหนั้งใบเล็กๆครับ ก็มีประโยชน์เหมือนกัน ใช้เก็บโทรศัพท์ และก็เงินนิดหน่อยได้ ต่อมาก็เป็นกระติกน้ำก็ไม่มีอะไรพิเศษครับ
มาถึงอุปกรณ์เสริมที่น่าสนใจ

ไมล์ cat eye velo 8 วัดแคลอรี่ ในรูปจักรยาณอาจจะเห็นไม่ชัดเพราะขนาดเล็กครับใกล้ๆกับแฮนด์รถด้านขวามือ เล็กกว่าไฟหน้าเสียอีก ตัวนี้เป็นตัวเก่งเลยราคาไม่แพงที่ประมาณ 600-800 บาทไม่เกินนี้ครับ จะสามารถวัดความเร็วที่เร็วปั่นได้ มันจะมีตัวเซนต์เซอร์แม่เหล็กติดอยู่ที่วงล้อเพื่อส่งสัญญานบอกความเร็วมาที่เจ้าตัวนี้ นอกจากนั้นยังสามารถบอกปริมาณแคลอรี่ที่เราใช้ไปในการปั่นจักรยาณแต่ละวันด้วย สามารถบันทึกกิโลเมตรสะสม เป็นนาฬิกาก็ได้ คุ้มค่าน่าใช้ครับ ผมไม่ได้ขายนะครับแต่เห็นว่าเป็นของเล่นที่น่าสนใจอีกตัว น่าจะมีขายทั่วไปตามร้าน MTB หาไม่ยากครับ
ปรับปรุง blog.farmkaset.net
วันนี้ปรับปรุง blog.farmkaset.net หรือ บล็อกเกษตร ให้ใช้งานง่ายขึ้น
บล็อกเกษตร ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บุคคล และองค์กรด้านการเกษตร สามารถเข้ามาเขียนบทความ ความรู้เกษตร หรือนำเสนอสินค้าเกษตร รวมถึงแนะนำตัวบุคคล หรือองค์กรให้เป็นที่รู้จักอีกช่องทางหนึ่ง
ถ้าสนใจเขียนบล็อกทางด้านเกษตร ลองเข้าไปดูที่
นะครับ
ถอดไฟซีนอนท์ออก
วันนี้ไปเปลี่ยนไฟหรี่ให้กับเจ้า Nismo จากเดิมสีน้ำเงินแต่มันขาดไปแล้วข้างนึง เลยเปลี่ยนเป็นแสงสีขาวทั้งสองข้าง และถอดไฟซีนอนท์ออก เพราะกลางคืนหากฝนตกจะมองไม่เห็นเลย สู้ไฟแสงสีเหลืองจากหลอดธรรมดาไม่ได้ เลยถอดออก แล้วกลับไปใส่หลอดธรรมดาเหมือนเดิม น่าจะมีความสุขขึ้นเวลาขับรถกลางคืนช่วงฝนตก
ธุรกิจภาคการเกษตร
ปัจจุบันได้ทำการค้าขายสินค้าประเภทปัจจัยการผลิตทางด้านเกษตรกรรม สามารถดูรายละเอียดได้ที่
บริการสร้างเว็บไซต์
ปัจจุบันให้บริการจัดทำ ออกแบบ สร้างเว็บไซต์ให้กับองค์กร บุคคล และหน่วยงานต่างๆ ซึ่งสามารถดูรายละเอียดได้ที่
ซีเอสอาร์คืออะไร
ซีเอสอาร์ เป็นคำย่อจากภาษาอังกฤษว่า Corporate Social Responsibility (CSR) หรือ บรรษัทบริบาล หมายถึง การดำเนินกิจกรรมภายในและภายนอกองค์กร ที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมทั้งในระดับใกล้และไกล ด้วยการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรหรือทรัพยากรจากภายนอกองค์กร ในอันที่จะทำให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างเป็นปกติสุข
หากพิจารณาแยกเป็นรายคำศัพท์ คำว่า Corporate มุ่งหมายถึงกิจการที่ดำเนินไปเพื่อแสวงหาผลกำไร ส่วนคำว่า Social ในที่นี้ มุ่งหมายถึงกลุ่มคนที่มีความสัมพันธ์กันหรือมีวิถีร่วมกันทั้งโดยธรรมชาติ หรือโดยเจตนา รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นและสิ่งแวดล้อมที่อยู่รายรอบประกอบ และคำว่า Responsibility มุ่งหมายถึงการยอมรับทั้งผลที่ไม่ดีและผลที่ดีในกิจการที่ได้ทำลงไปหรือที่ อยู่ในความดูแลของกิจการนั้นๆ ตลอดจนการรับภาระหรือเป็นธุระดำเนินการป้องกันและปรับปรุงแก้ไขผลที่ไม่ดี รวมถึงการสร้างสรรค์และบำรุงรักษาผลที่ดีซึ่งส่งกระทบไปยังผู้มีส่วนได้เสีย กลุ่มต่างๆ
คำ ว่า กิจกรรม ในความหมายข้างต้น หมายรวมถึง การคิด การพูด และการกระทำ ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ การวางแผน การตัดสินใจ การสื่อสารประชาสัมพันธ์ การบริหารจัดการ และการดำเนินงานขององค์กร
สังคมในความหมายของความ รับผิดชอบต่อสังคมของกิจการ จะมุ่งไปที่ผู้มีส่วนได้เสียนอกองค์กร ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ระดับ ได้แก่ สังคมใกล้ และสังคมไกล
สังคม ใกล้ คือ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับองค์กรโดยตรง ได้แก่ ลูกค้า คู่ค้า ครอบครัวของพนักงาน ชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศ
สังคมไกล คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยอ้อม ได้แก่ คู่แข่งขันทางธุรกิจ ประชาชนทั่วไป เป็นต้น
ใน ระดับของลูกค้า ตัวอย่างซีเอสอาร์ของกิจการ ได้แก่ การสร้างผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณค่ามากกว่ามูลค่า ความรับผิดชอบในผลิตภัณฑ์ต่อผู้บริโภค การให้ข้อมูลขององค์กรและตัวผลิตภัณฑ์อย่างเพียงพอและอย่างถูกต้องเที่ยงตรง มีการให้บริการลูกค้าอย่างตรงไปตรงมา เป็นต้น
ในระดับของคู่ค้า ตัวอย่างซีเอสอาร์ของกิจการ ได้แก่ การแบ่งปันหรือการใช้ทรัพยากรร่วมกันหรือการรวมกลุ่มในแนวดิ่งตามสายอุปทาน ความรอบคอบระมัดระวังในการผสานประโยชน์อย่างเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบต่อคู่ค้า เป็นต้น
ในระดับของชุมชนและสภาพแวดล้อม ตัวอย่างซีเอสอาร์ของกิจการ ได้แก่ การสงเคราะห์เกื้อกูลชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ การส่งเสริมแรงงานท้องถิ่นให้มีโอกาสในตำแหน่งงานต่างๆ ในองค์กร การสนับสนุนแนวทางการระแวดระวังในการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่ง แวดล้อม การเปิดเผยข้อมูลการดำเนินงานที่อาจส่งผลกระทบต่อชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ และการเรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข เป็นต้น
ใน ระดับของประชาสังคม ตัวอย่างซีเอสอาร์ของกิจการ ได้แก่ การสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มหรือเครือข่ายอื่นๆ ในการพัฒนาสังคม การตรวจตราดูแลมิให้กิจการเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล่วงละเมิดสิทธิ มนุษยชน การรับฟังข้อมูลหรือทำประชาพิจารณ์ต่อการดำเนินกิจการที่ส่งผลกระทบต่อสังคม โดยรวม และการทำหน้าที่ในการเสียภาษีอากรให้รัฐอย่างตรงไปตรงมา เป็นต้น
ใน ระดับของคู่แข่งขันทางธุรกิจ ตัวอย่างซีเอสอาร์ของกิจการ ได้แก่ การดูแลกิจการมิให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งขันด้วยวิธีการทุ่มตลาด การดำเนินงานในทางต่อต้านการทุจริต รวมทั้งการกรรโชก และการให้สินบนในทุกรูปแบบ เป็นต้น
ข้อมูลนี้คัดลอกมาจาก: http://thaicsr.blogspot.com/2006/03/blog-post_20.html
ธรรมาภิบาล
ความหมายของ ธรรมาภิภาล จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ธรรมาภิบาล (อังกฤษ: good governance) คือ การปกครอง การบริหาร การจัดการ การควบคุมดูแล กิจการต่าง ๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากนี้ยังหมายถึงการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานนี้ มีความหมายอย่างกว้าง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่รวมถึง ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม และความถูกต้องชอบธรรมทั้งปวง ซึ่งวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองค์กรภายนอก เป็นต้น
ธรรมาภิบาล เป็นหลักการที่นำมาใช้บริหารงานในปัจจุบันอย่างแพร่หลาย ด้วยเหตุเพราะ ช่วยสร้างสรรค์และส่งเสริมองค์กรให้มีศักยภาพและประสิทธิภาพ อาทิ พนักงานต่างทำงานอย่างซื่อสัตย์สุจริตและขยันหมั่นเพียร ทำให้ผลประกอบการขององค์กรธุรกิจนั้นขยายตัว นอกจากนี้แล้วยังทำให้บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง ศรัทธาและเชื่อมั่นในองค์กรนั้น ๆ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น องค์กรที่โปร่งใส ย่อมได้รับความไว้วางใจในการร่วมทำธุรกิจ รัฐบาลที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ย่อมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนและประชาชน ตลอดจนส่งผลดีต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เป็นต้น
คุยกับวินดาวัสดุ
ก่อนหน้านี้ผมได้รู้จักกับคุณวิน ในการอบรมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ (NEC: New Entrepreneurs Creation) ที่จัดโดย SME Bank คุณวินเป็นผู้สืบทอดกิจการจากคุณพ่อ วินดาวัสดุ ค้าขายวัสดุก่อสร้างตั้งอยู่ใน อ.คำเขื่อนแก้วจังหวัดยโสธร
วันนี้ช่วงเช้าคุณวินโทรเข้ามาหาผม ถามเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับการขายสินค้าเกษตร เจาะจงไปที่เรื่องปุ๋ย และบอกกว่ากำลังสนใจศึกษาเพื่อจำหน่ายอยู่ ทางผมและคุณปริม ได้นัดเข้าไปพบกับคุณวิน และทางคุณพ่อของคุณวินเพื่อคุยกันเกี่ยวกับรายละเอียดของสินค้า
ช่วงนี้รู้สึกว่าหลายท่านที่ทำธุรกิจก่อสร้าง เริ่มหันมามองเกษตรกันมากขึ้น
เดินช้าๆ แต่อย่าหยุด
มี หลายๆคน ที่พยายามคิด พยายามทำอะไรต่ออะไรหลายๆอย่าง ในขณะที่มีงานประจำทำอยู่ มีจำนวนมากที่ประสบผลสำเร็จ และมีจำนวนไม่น้อย ที่ทำมาก็หลายอย่างแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จเหมือนคนอื่นๆซักที แต่พวกเค้าเหล่านั้น หลายคนก็ยังคง คิดและทำอะไร โดยหวังและมองความสำเร็จที่อยู่ข้างหน้าตลอดเวลา และหวังไว้ว่า สักวันจะต้องทำได้ และสำเร็จ ตามที่ได้คิดไว้ แต่บางคน เริ่มจะหยุด จากอาการท้อแท้ ต่อการทำอะไรหลายอย่าง แล้วยังไม่สำเร็จหาก คุณเป็นคนที่ท่องอินเตอร์เน็ตบ่อยๆ ก็จะเห็นบรรดาป้ายโฆษณา ของพวก ขายตรง, MLM(Multi Level Marketing) ทั้งหลาย อยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ มากมาย นั่นหมายความว่า กิจการเหล่านี้ มีรายได้มาก และมากพอที่จะ ใช้เงินซื้อ โฆษณา จากทุกๆแหล่งโฆษณา ไม่ว่าจะแพงขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ดังๆ รายการทีวียอดนิยม รายการมวยไทย และข้อความเชิญชวนที่เห็นกันบ่อยๆก็อย่างเช่น “ทำงานมานานแล้ว มีเงินเก็บเท่าไหร่”, “อยากเป็นายตัวเอง ทำงานวันละสามชั่วโมง รายได้ 50,00 – 100,000 บาท/เดือน มาทางนี้” ก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ผู้ทำกิจการประเภทนี้ ได้มองเห็นช่องว่าง หรือสิ่งที่อยู่ภายในจิตใจของคนส่วนมาก ว่าอยากจะเป็นผู้ประกอบการ อยากทำงานน้อย ได้เงินเยอะ อยากเป็นนายตัวเอง และอยากมีเวลาเป็นของตัวเองมากขั้น หลายคน ไม่ได้ศึกษาให้ดี ก็อาจจะพลาดพลั้ง คนที่เข้าไปทำแล้วสำเร็จก็มีบ้าง แต่ที่เราจะพูดถึงกันวันนี้ ไม่ใช่เรื่องของ MLM แต่จะเป็นการบอกว่า คนที่พยายาม คิดทำอะไรหลายๆอย่าง และยังไม่สำเร็จซะที ขอให้อย่าหยุดคิด ให้คิดใหม่ ทำใหม่ คิดช้าๆ และลองทำช้าๆ อย่างมีสติ คิดให้รอบคอบ และเดินหน้าต่อไป อย่าหยุด เพราะถ้าหากคุณหยุด ที่ทำมาทั้งหมดจะไม่ได้อะไรเลย
ครั้ง หนึ่ง ในขณะที่ผมทำงานในบริษัท Metro Systems ซึ่งเป็นบริษัท IT ขนาดใหญ่ ได้มีโอกาสได้เข้ารับการอบรมณ์เรื่อง “Dynamic Teamwork” โดยคุณ บดินทร์ ปรปักษ์เป็นจุณ หนึ่งในผู้บริหารของ Metro Systems ได้ให้เกียรติ เป็นวิทยากร เพียงประโยคสั้นๆประโยคหนึ่งของคุณ บดินทร์ ในการอบรมณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมรู้สึกว่า สิ่งที่ผมได้ทุ่มเท่แรงกาย แรงใจทำไป แล้วไม่สำเร็จ ที่เคยผ่านมานั้น ความไม่สำเร็จ เป็นเพียงเรื่องเล็กๆในชีวิต, คุณ บดิทร์กล่าวว่า คนที่ประสบผลสำเร็จนั้น ล้มเหลวนับสิบครั้ง และความสำเร็จเพียงครั้งเดียว มันก็ทำให้เค้ากลายเป็นคนที่ประสบผลสำเร็จ เพราะสังคมจะนับถือในความสำเร็จของเค้า และความล้มเหลว ในการทำธุรกิจ นับสิบครั้ง จะโดนลบ ด้วยการทำสำเร็จเพียงครั้งเดียว ผมได้ยินอย่างนี้แล้ว ทำให้ กำลังใจที่เคยหดหายไป หรือความรู้สึกที่ตัวผม หดหู่กับการเคยทำงานใหญ่เพียงสิ่งเดียวแล้วไม่สำเร็จนั้น หมดหายไปจากใจผม และได้ริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆขึ้นมาอีก และเรื่องเก่านั้น ให้เป็นประสบการณ์ เพราะคนเราถ้าได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงนั้น เป็นสิ่งที่ดี ทุกครั้งที่เราเริ่มทำสิ่งใหม่ เราจะรอบคอบขึ้น มีการไตร่ตรองที่ดีขึ้น
และ หากเราไม่เคยที่จะหยุดคิด หยุดทำ เราก็จะต้องเดินทางไปถึงจุดหมายของเราได้ อาจจะช้าหรือเร็วไม่เท่ากัน ในแต่ละคน แต่หากคุณเพียงแค่เดิน คุณก็จะไปถึง
เดินช้าๆ แต่อย่าหยุด..
กฎ 80 – 20
วัน หนึ่งผมได้ยกโทรศัพท์มือถือ โทรไปหาเพื่อนสนิทคน เพื่อปรึกษาเรื่องการเปิดกิจการเล็กๆ เป็นของตัวเอง เพื่อนผมคนนี้ ชื่อเอก, ผมได้รู้จักเอก เมื่อตอนที่ผมได้เข้าไปทำงานในบริษัท MFEC ซึ่งเป็น IT Provider รายหนึ่งของเมืองไทย หลังจากได้รู้จัก ได้คุยกัน ก็เริ่มสนิทกัน เนื่องจากผมชอบในแนวความคิด วิธีคิด และวิธีการพูดของเอก ปัจจุบันนี้ เอกได้ทำกิจการส่วนตัว โดยเปิดสถาบันกวดวิชาเป็นของตัวเอง ที่ เชียงแสน จังหวัดเชียงราย และนับว่าเป็นคนที่ประสบผลสำเร็จได้รวดเร็วคนหนึ่ง โดยมีการวางแผนอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ด้วยตัวของเค้าเองผม ถามเอกว่า ตอนนี้ผมกำลังจะลงทุนทำกิจการอย่างหนึ่ง โดยเล่ารายละเอียด และแผน ให้เอกฟัง รวมถึงก่อนหน้านี้ ได้เคยส่งเอกสารการคำนวน รายได้ ค่าใช้จ่าย ให้เอกช่วยดูแล้ว และผมคาดว่า จะใช้เงินเก็บที่มีกับการลงทุน ทั้งหมด เพราะมีความมั่นใจว่า หลังจากลงทุนไปแล้ว ต้องมีผลตอบแทนกลับมา ก่อนที่จะหมดตัวแน่นอน และผมก็ได้บอกเอกไปว่า ผมจะทำเต็มที่ เท่าที่จะทำได้ ผมต้องสำเร็จ “เอกคิดว่าไงครับ?”
เอก เลยถามผมกลับมาว่า “ปอนด์เคยได้ยิน กฎ 80 – 20 รึปล่าวครับ?” ผมยังไม่เคยได้ยิน เลยขอให้เอกช่วยอธิบายให้ฟัง และเอกก็เริ่มอธิบาย โดยตั้งคำถามว่า “ปอนด์เคยเตะฟุตบอลใช่มั้ยครับ?” แน่นอนครับผมเคยเตะ เอกแนะนำให้สังเกตุว่า ถ้าเราออกแรงทั้งหมดที่เรามีอยู่ เพื่อเตะลูกฟุตบอล เราจะมีโอกาสเตะพลาด หรือไม่สามารถควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอล ให้ไปในทางที่ต้องการ ได้ดีเท่าที่ควร แต่ถ้าเราลองใช้แรงแค่ 80% เพื่อเตะ เราจะควบคุมทิศทางได้ดีกว่า
ผมเข้าใจในสิ่งที่เอกกำลังจะบอก และถามต่อว่า “อีก 20% ล่ะครับ ไปไหน?” เอกตอบกลับมาสั้นๆ
“ถ้าปอนด์ทำ 80% สำเร็จ มันจะตามมาเอง..”
เก่ง ไม่เก่ง วัดกันตรงไหน?
แต่ เล็กจนโตทุกคนคงเคยเห็น เคยพบมาด้วยตัวเองตลอด ว่าเพื่อนๆของคุณ มีทั้งเพื่อนที่เรียนเก่ง เพื่อนที่เรียนไม่เก่ง เพื่อนที่มีลักษณะหัวแข็ง เพื่อนชอบประจบคุณครู เพื่อนที่ ไม่ยอมคุยกับคุณครู
และ หากใครมีเพื่อน ที่จำได้ หรือคบกันนานๆ หรือได้ติดต่อ หรือรู้ข่าวคราวกัน ตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงวัยทำงาน จะพบว่า ส่วนหนึ่งเรียนเก่งในชั้นประถม แต่กลับเรียนแย่ในช่วงมหาลัย หลายคนเรียนเก่งตลอด จนจบ และบางส่วนเรียนไม่เก่งยังไง ก็ยังคงเป็นอย่างนั้น อีกบางส่วน เรียนไม่เก่งชั้นประถมแต่ พอเข้ามหาลัยกลับเก่งเป็นคนละคน แบบเรียนได้ เกรดหนึ่ง เกรดสองตลอด เกือบตกทุกวิชา พอเข้ามหาลัย ได้แทบจะ สี่จุดศูนย์เลยก็มี อันนี้เรื่องจริง ยกตัวอย่างได้เลยเพื่อนผมเอง ชื่อเอ๋ ตอนประถม ได้เกรดเฉลี่ยหนึ่งกว่าๆ พอเข้ามหาลัย มีเทอมนึง ได้สี่จุดศูนย์ศูนย์ ตอนนี้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ siamdora.com และก็เพื่อนผมอีกนั่นแหละ ที่ตอนประถมเรียนดี ถึงขนาดอาจารย์รู้จักทั้งโรงเรียน ทำกิจกรรมทุกอย่าง แถมมีพรสวรรค์ วาดรูปได้ลงหนังสือ ที่พิมพ์จำหน่ายทั่วประเทศไทยด้วย (แต่ผมจำชื่อหนังสือไม่ได้) แต่ตอนนี้ไม่แน่ใจว่าเรียนจบรึยัง หรือทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ ด้วยเหตุนี้ เรามาลองสังเกตุ และแยกแยะเพื่อหาเหตุผลกัน ว่าเด็กเรียนเก่ง หรือไม่เก่ง เป็นเพราะอะไร แต่ที่แน่ๆ ไม่เกี่ยวกับ IQ แน่นอน
เรียนเก่งเพราะกลัวความคาดหวังของคนอื่น
เด็ก กลุ่มนี้ กลัวว่าอาจารย์จะดุ กลัวพ่อแม่ดุ หรือกลัวความคาดหวังของคนอื่น ที่มีต่อตัวเอง และเรียนเพื่อให้สังคม หรือเพื่อนๆยอมรับ สิ่งเหล่านี้ เป็นแรงขับให้เด็กกลุ่มนี้เรียนเก่ง แต่เค้าคงไม่รู้หรอกว่า เค้าเรียนไปเพื่ออะไร
เรียนไม่เก่งเพราะรู้จักตัวเองตั้งแต่เด็กและปราศจากความกลัว
เด็ก กลุ่มนี้จะประสบผลสำเร็จอย่างสูง ในอนาคต และจะประสบผลสำเร็จได้รวดเร็ว พวกเค้ารู้ว่าตัวเอง ต้องการอะไร ตั้งแต่อายุยังน้อย และอยากจะทำมันตั้งแต่วันนั้นเลย
เรียนเก่งเพราะรู้จักตัวเองตั้งแต่เด็ก
กลุ่มนี้ จะเรียนเพราะรู้ว่าเรียนเพื่ออะไร มีความเข้าใจในระบบสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และรู้ว่า เค้าเรียนไปเพื่ออะไร
เรียนไม่เก่งเพราะยังเด็กไม่ได้คิดอะไร
กลุ่ม นี้ก็เติบโตตามวัย เป็นปรกติ ใช้ชีวิตสมวัยเด็ก และยังคาดเดาไม่ได้ ว่าโตขึ้นจะเปลี่ยนแปลงไปในทางไหน เพราะยังไม่ถึงเวลาที่เค้าต้องคิด
เรียนเก่งโดยธรรมชาติ
อัน นี้ไม่ทราบจะอธิบายยังไงเหมือนกันครับ เพราะสมองของคนเรา ไม่เท่ากัน และไม่เท่ากันจริงๆนะครับ ตอนผมนั่งเรียนเรื่อง Neuron network (โครงข่ายใยสมอง) อาจารย์บอกว่า ถ้าสมองของคนเราเท่ากันจริง นั่นหมายความว่า คนที่มีรางกายเล็กที่สุด จะต้องเป็นคนที่ฉลาดที่สุด ซึ่งไม่จริงครับ
เรียนไม่เก่งเพราะสภาพแวดล้อม
อันนี้ก็ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างประกอบกันครับ และสภาพแวดล้อม ก็ทำให้เด็กเรียนเก่งได้ด้วยเช่นกัน
เรียน ไม่เก่ง เพราะเก่งเกินกว่า หลักสูตรจะวัดผลให้ตัวเค้าได้ หากผมจำไม่ผิด ตอนเด็กๆเคยดูการ์ตูนเรื่องราวชีวิตของ โทมัส อัลวา เอดิสัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตหลอดไฟได้ เป็นคนแรกของโลก รวมถึงเป็นผู้คิดค้นนวัตกรรม มากมาย ก็ไม่ได้เป็นคนที่เรียนเก่ง กลับกลายเป็นคนแปลกเสียด้วยซ้ำ ในการ์ตูนที่ผมได้ดู เอดิสันตอนเด็ก ถามคุณครูว่า “ทำมัยผีเสื้อถึงบินได้ครับ?” คุณครูก็หัวเราะ แล้วตอบว่า เพราะมีปีก ก็เลยบินได้ไงจ๊ะ เอดิสันถามต่อว่า “ทำมัยมีปีกถึงบินได้?” คุณครูตอบว่า อย่างนกมีปีก ก็บินได้จ่ะ ผีเสื้อก็มีปีก ก็บินได้เหมือนกัน แล้วก็มองว่า เอดิสัน ช่างเป็นเด็กที่ หัวอ่อน ตามไม่ทันเด็กนักเรียนคนอื่นจริงๆ ผมมองๆ ก็เดาไม่ออกว่าในใจ เอดิสัน กำลังต้องการคำตอบแบบไหน แต่คาดว่า คนที่จะมาตอบคำถาม เรื่องผีเสื้อทำมัยบินได้ของเอดิสัน ให้เค้าเข้าใจ คงจะมีแต่สองพี่น้องตระกูลไรท์ ที่ร่วมกันคิดค้นเครื่องบินเท่านั้น
จริงๆมีหลายเหตุผล แต่จะขอยกตัวอย่างแค่นี้นะครับ เพราะหัวใจของเรื่องนี้คือ
ผล การเรียนนั้น ได้ผลมากจากเครื่องมือวัด ซึ่งเครื่องมือวัดผล คือ หลักสูตร และตัวบุคคล นั้นก็คืออาจารย์ เครื่องมือวัด ย่อมต้องมีเปอร์เซ็นผิดพลาด Multi-meter ก็ยังมีเปอร์เซ็นผิดพลาดแจ้งไว้ แต่ อาจารย์กับหลักสูตร ไม่เคยแจ้งเปอร์เซ็นผิดพลาดของตัวเอง วัดตัวเองยังไม่ได้ จะเอาไปวัดคนอื่นได้ยังไง หากเอาหลักสูตรทีวัดตัวเองไม่ได้พวกนี้ ไปวัดคนอย่างเช่น เอดิสัน, ไอสไตล์ ก็ไม่ต่างอะไรกับการเอา Multi-meter ตัวเล็กๆ ไปวัดคล่อม กระแสไฟฟ้า High voltage ซึ่งผลก็คือได้ค่าเท่ากับ 0 (เพราะ meter ขาด เข็มไม่กระดิก)
“ผลการเรียนนั้น นำมาเป็นเครื่องมือตัดสินคนไม่ได้”














