พฤติกรรมของคน ในองค์กร
แรง จูงใจ ที่ทำให้ผมได้เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เกิดจากความสงสัย และสังเกตุการทำงาน ของผู้คนรอบๆตัว ในขณะที่ทำงานอยู่ในบริษัท ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานาน ว่าทำมัยบางคน กลับบ้านดึกทุกวันจนเป็นนิสัย ทำมัยบางคนกลับทันทีเมื่อถึงเวลาเลิกงาน และบางคน กลับดึกบ้าง กลับตามเวลาบ้าง โดยในตอนแรกๆ ผมคิดเอาเองว่า คนที่กลับดึกๆ เค้าคงงานยุ่ง มีงานเยอะจนทำไม่ทัน แต่หลังจากได้ศึกษาอย่างไม่เป็นทางการ โดยการสอบถาม จากแต่ละคน ที่ผมมีความสนิทสนม หลายๆคน และแต่ละคน ก็มีพฤติกรรมการกลับบ้าน ที่แตกต่างกัน เลยอยากเอาข้อมูลที่ได้ มาสรุปให้ผู้สนใจได้อ่านกันมาเช้า กลับดึก” เป็นสิ่งที่องค์กร อยากให้พนักงานบริษัททำ จริงหรือ? คำตอบคือ ไม่จริงเสมอไป ไม่จริงเสมอไป นั้นหมายความว่า ขึ้นอยู่กับแต่ละองค์กร แต่ทั่วๆไปที่เราเห็นๆกัน คือคนที่มาเช้า กลับดึก ดูจะเป็นคนขยัน และมีความรับผิดชอบกว่าคนอื่นๆ ในบางองค์กร หากใครกลับบ้านตรงเวลา อาจจะโดนเพ่งเล็งได้ ก็เลยมีอีกหลายๆคน ใช้วิธี “มาสาย กลับดึก” เพราะการกลับดึก มันดูเหมือนกับว่า เรามีงานต้องทำเยอะ เลยต้องกลับดึก เหมือนจะดูดีกว่า การกลับตรงเวลา ส่วนคนที่ “มาเช้า กลับตรงเวลา” เลยกลายเป็นคนที่ดูไม่ดี
ใน ความเป็นจริง เราไม่สามารถสรุปได้ว่า ใช้เวลาในการทำงานแบบไหน ถึงจะดีที่สุด เพราะลักษณะงานนั้น มีความแตกต่างกัน เช่น หากทำงานในหน้าที่ ที่เกี่ยวกับงานด้าน Support ก็ไม่สามารถที่จะกำหนดได้ ว่าจะต้องทำงานในช่วงเวลา การทำงานปกติของคนทั่วไป แต่หากเป็นคนทำงานออฟฟิศ ทั่วๆไป ควรจะบริหารเวลาการทำงาน ของตัวเองให้ได้ ทุกคนมีเวลาเท่าๆกัน หมดเวลางานแล้ว ควรจะไปทำกิจกรรมอย่างอื่น จริงๆแล้ว การที่ทำงานเลยเวลาปกติทุกวัน สำหรับคนทำงานออฟฟิศนั้น แสดงให้เห็นถึง การบริหารเวลาได้ไม่ดีเท่าที่ควร, ตลอดเวลาที่ผมได้สังเกตุการ ผมได้เปรียบเทียบ และสอบถาม ลักษณะ และปริมาณงาน ของหลายๆคน ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ เหมือนๆกัน และพบว่า บางคนต้องใช้เวลาจนดึกอยู่บ่อยๆ เพื่อทำงานของตัวเองให้เสร็จ แต่บางคน กลับบ้านตรงเวลาทุกวัน ซึ่งงานที่ได้รับผิดชอบ ก็เสร็จเหมือนๆกัน หลายๆคน ดูยุ่งกับการทำงาน หน้าหงิก หน้างอ ทุกวัน แต่หลายๆ คน ก็ยิ้มแย้ม ทักทายเพื่อนๆ ไปทานข้าวตรงเวลา แต่งานก็เสร็จเหมือนกัน ทั้งๆ ที่หน้าที่รับผิดชอบไม่ต่างกัน จึงอาจพอสรุปได้ว่า เป็นพฤติกรรม การทำงานที่ไม่เหมือนกันมากกว่า และที่สำคัญ คนที่กลับบ้านตรงเวลา จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ขององค์กร ได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าอินเตอร์เน็ต อาจจะรวมถึงค่า OT ด้วย แถมยังมีเวลาเหลือ ที่จะได้ไปทำกิจกรรม ของตัวเองอีกด้วย
“‘งานที่เรารับผิดชอบอยู่เป็นงานยาก ไม่เหมือนงานของคนอื่นๆทั่วไป”
ประโยค แบบบรรทัดบนนี้ อาจจะเป็นเหตุผล ที่หลายๆคนให้กับตัวเอง เวลาที่กำลังคร่ำเคร่งกับงาน และกำลังใช้เวลาส่วนใหญ่ ของชีวิต ทุ่มเทให้กับงานที่ตนเองทำอยู่ ผมขออนุญาติยกตัวอย่าง ที่ผมเห็นใกล้ๆตัวมาเลย ตัวผมเอง ช่วงทำงานใหม่ๆ รู้สึกว่า งานของตัวเองนั้นยากมาก จนทำให้ตัวผมไม่สามารถ จะมีเวลาไปเที่ยว กับเพื่อนๆ หรือไปสังสรรค์กับเพื่อนๆ เวลาเพื่อนๆ นัดกันไปไหนมาไหน ผมจะไม่ตอบตกลงอยู่บ่อยๆ ผมรู้สึกว่า การเป็น Application Developer หรือ Programmer นั้น ต้องฝึกฝน เขียนโปรแกรมอยู่ตลอดเวลา หากไม่ทำงานตลอดเวลา คงจะเป็น Programmer ที่ดีไม่ได้ ผมไม่เคยลองสังเกตุดูเลยว่า ในกลุ่มเพื่อนๆ ที่ไปสังสรรค์กันนั้น ก็มีบางคนที่ทำงานแบบเดียวกัน กับที่ผมทำอยู่ และเค้าก็ทำผลงานได้ดีกว่าผมเสียด้วย แต่เค้าไม่เคยพลาดนัดกับเพื่อนๆเลย กว่าผมจะรู้ตัวว่า ตัวเองหลงประเด็น ต้องใช้เวลาถึงสองปี ถึงจะรู้ตัวว่า ตัวเองเสียโอกาส ในการพบปะเพื่อนฝูงไปมาก ด้วยเหตุผลของการจัดการกับตัวเองไม่ได้ การมกหมุ่นอยู่กับงาน ไม่ได้ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น คนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนอื่น คือคนที่ได้ดำเนินชีวิต อย่างมีความสุข และได้ทำในสิ่งที่ตนเองอยากทำ มากกว่าคนอื่นๆ
|
ผู้บันทึก: pound: IDED22 KMITL > MOSCII SYSTEMS > Fujitsu Systems Business > Modernform Enterprise Computing (MFEC) > Metro Systems Co., Ltd. > FarmKaset.ORG |

